เว็บบอร์ด สุข โข ไท - แผ่นดินสุข แผ่นดินทอง // ท่องเที่ยวในจังหวัดสุโขทัย // ข้อมูลต่างๆของจังหวัดสุโขทัย
วันที่ 23 ตุลาคม 2019 เวลา 14:19:02 (ชม./นาที/วินาที) *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
  หน้าแรกเว็บไซต์   หน้าแรกเว็บบอร์ด   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

!!! วิธีการตั้งกระทู้,ตอบกระทู้ - วิธีการโพสรูปลงเว็บบอร์ด - วิธีการโพสวีดีโอลงเว็บบอร์ด - กระทู้แนะนำตัว !!!

หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำตกตาดเดือน(ป่าคา) บ้านป่าคา อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย  (อ่าน 1349 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ฅนโต้งเสรียม
Newbie
*
กระทู้: 14



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: วันที่ 06 สิงหาคม 2014 เวลา 21:33:00 (ชม./นาที/วินาที) »

สวัสดีครับ พี่ๆน้องๆชาวแผ่นดินทองสุโขทัย และผู้ชมต่างจังหวัดทุกๆท่านครับ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
กระทู้นี้เป็นกระทู้รีวิวกระทู้แรกที่ผมได้ตั้งขึ้นในเว็บนี้ ซึ่งครั้งนี้ (วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2557) ผมได้ไปเที่ยวเก็บรูปที่น้ำตกตาดเดือน(น้ำตกป่าคา)  กรมอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย บ้านป่าคา อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เลยอยากจะมารีวิวสถานที่ให้ทุกๆคนได้เห็นความสวยงามต่างๆนา และใคร่จะเชิญชวนทุกๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นคนต่างจังหวัด หรือผู้ที่อยู่ในจังหวัดสุโขทัยลองมาเที่ยวดูกันหน่ะครับ

หลายๆท่านคงทราบแล้วว่าอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น น้ำตกตาดดาว น้ำตกทรายขาว ฯลฯ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันและในที่เดียวกัน แต่ช่วงที่ผมได้ไปเที่ยวมานี้ เป็นช่วงหน้าฝน ทางเจ้าหน้าที่เขาให้เข้าชมได้เพียงจุดเดียวครับ คือ น้ำตกตาดเดือน เพราะที่อื่นๆในช่วงหน้าฝนจะมีทากดูดเลือดอยู่ตามทางเดินเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงไม่ให้เข้าไปครับ

ก่อนอื่นสิ่งที่ทุกๆท่านจะต้องเตรียมไปคือค่าเข้าชมอุทยานครับ เจ้าหน้าที่คิดค่าตั๋วผ่านทางคนละ 45 บาทครับ (ราคาจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลครับ) แต่ผมรับประกันได้ว่าไม่เกินคนละ 80 บาทแน่นอน

ขาไปผมไปตามเส้นทาง ทุ่งเสลี่ยม-หนองผักบุ้ง-บึงบอน-ป่าคา ซึ่งเป็นทางที่ใกล้ที่สุดจากที่ๆผมอยู่ แต่หากมีใครอยากไปเที่ยวก็แล้วแต่ว่าจะใช้เส้นทางไหนนะครับ ผมก็ลืมถ่ายภาพระหว่างทางมาให้ดูสะด้วยสิครับ ไว้วันหลังไปรีวิวอีกรอบ ผมสัญญาว่าจะถ่ายมาให้ดูกันครับ

เอาละครับพูดเพร่ำทำเพลงมาก็เยอะแล้ว เชิญทุกท่านรับชมภาพ พร้อมคำบรรยายประกอบได้เลยครับ

ป้ายปากทางเข้าน้ำตกครับ


ทางลงชันมากครับ ไปเที่ยวก็ระวังๆกันด้วยนะครับ



ระยะทางไม่ไกลมากครับ ประมาณ 300 เมตร





ที่เห็น 2 คนไกลๆนั่นพี่ผมกับเพื่อนผมนะครับ แหม่ะๆ เดินไม่รอกันเลย



พระราชดำรัชเกี่ยวกับน้ำตกของสมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ


เดินมาได้ประมาณ 300 เมตรจะถึงทางลงน้ำตกครับ ปากทางจะมีเก้าอี้วางอยู่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้หยุดพักก่อนลงไปเจอน้ำตกครับ


บริเวณทางลงจะมีศาลเจ้าที่ครับ ก่อนลงอย่าลืมไหว้สาวันทาขอขมาก่อนลงด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเป็นเหมือนผม มัวแต่ถ่ายรูปเลยลืมไหว้ครับ (เขาลือกันว่าเจ้าที่ที่นี่แรงมากครับ) ท้ายๆเดี๋ยวบอกว่าผมโดนอะไร ฮืม


ทางลงก็มีต้นไผ่ขึ้นหนาแน่นกันไปหมด แล้วก็มีราวบันไดที่เจ้าหน้าที่เขาเตรียมไว้ให้จับพยุงตัว




ใกล้ถึงแล้วละครับ


ป้ายเตือนและคำแนะนำต่างๆชัดเจนก่อนลงน้ำตกครับ





ป๊าดดดดดโธ๊ะ มีโต๊ะให้นั่งด้วย (สงสัยจริงๆเขาเอาลงมาได้ยังไง คงจะเหนื่อยกันน่าดู)


ลงมาก็ไม่รอช้าครับ เก็บรูปอย่างเดียว


พี่ชายผมและเพื่อนเมื่อลงมาถึงก็หยุดพักแล้วก็วิจาร์ยอะไรกันต่างๆนาๆ





สวยงามมากครับ (ถ้ามาหน้าหนาวจะสวยกว่านี้) เพราะที่ผมมาฝนพึ่งหยุดไปหมาดๆครับ น้ำเลยสีขุ่นๆ










และนี่ก็ถึงจุดไคลแมทที่ผมจะต้องบอกซักทีว่าผมโดนอะไร  ลองสังเกตุดูรูปนี้ดีๆสิครับ (ไม่ต้องจินตนาการไปต่างๆนาๆนะครับว่าจะมีอะไรโพล่มา) ผมขอบอกเลยว่ารูปนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ผมได้ตั้งใจถ่ายในวันนั้น (สังเกตุว่าจะมีตะไคล้น้ำตรงธารน้ำตกนะครับ) นั่นแหละครับ แต่ไม่ใช่ตรงนี้ หลังจากผมถ่ายรูปนี้เสร็จผมก็ถอยหลังไปถ่ายตรงต้นน้ำ ปรากฏว่าเท้าซ้ายผมลื่นตะไคล้น้ำ หงายหลังลงไปในธารน้ำ โดนน้ำพัดลงไปเหมือนสไลเดอร์ ไหลลงน้ำตกทั้งคนทั้งกล้องครับ เล่นเอากล้องผมพังไปเลยทีเดียว จึงสามารถเก็บภาพมาได้แค่นี้ครับ น่าเสียดายจริงๆ ไว้โอกาสหน้าจะไปถ่ายมาให้ดูอีกนะครับ (ก่อนตกเหมือนจะโดนถีบหรืออะไรประมาณนั้นครับ) มันก็อยู่ที่ใครจะคิดแบบไหน เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ


และภาพล่างนี่ก็เป็นภาพสุดท้ายของกล้องตัวนั้นจริงๆครับ มือลั่นกดชัดเตอร์ตอนกำลังไหลตกน้ำตกครับ


ปัจจุบันกล้องตัวที่ตกน้ำนั้น สามารถใช้งานได้แล้วนะครับ ผมเอาไว้ในถังข้าวสารตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์(วันที่3) จนถึงเย็นวันอังคาร(วันที่5) ผมลองใส่ถ่านแล้วเปิดดู ปรากฏว่าใช้ได้ปกติครับ ถือว่าโชคดีมากๆที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ข้างในไม่เสียหาย ยอมรับจริงๆครับ กล้องอึด ถึก ทน ต้องกล้อง Fujifilm ฮ่าๆๆ ยิงฟันยิ้ม

ไว้อาทิตย์หน้า ถ้าผมไปเที่ยวที่ไหนอีกจะเก็บรูปมาลงรีวิวให้ดูกันนะครับ สำหรับทริปนี้ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ พี่น้องชาว "สุข โข ไท"  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 06 สิงหาคม 2014 เวลา 22:11:08 (ชม./นาที/วินาที) โดย ฅนโต้งเสรียม » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เริ่มนับสถิติตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 เวลา 15:14:48 น. (วันและเวลาตอนเปิดเว็บ)
รวมเพ็จวิวทั้งสิ้นจนถึงวันนี้ ครั้ง
Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2011, Simple Machines | Modify by ZixMa.